headache when vaping ดูดพอตแล้วเกิดอาการวิงเวียนศรีษะหรือปวดศรีษะ เกิดจากอะไร? และวิธีแก้ปัญหาดูดพอตแล้วไม่ปวดศรีษะแบบไหน
headache when vaping ปัจจุบันมีผู้ที่สนใจใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเลิกบุหรี่จริงจำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีเพราะบุหรี่ไฟฟ้านั้นปลอดภัยมากกว่าบุหรี่จริงมากถึง 95% นั่นจึงทำให้ปัจจุบันมีผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้นในบทความนี้ ทางเราจะพาไปหาคำตอบกันว่า ดูดพอตแล้วปวดหัว เกิดจากอะไรและวิธีดูดพอตไม่ให้ปวดหัว ต้องทำอย่างไร
การสูบบุหรี่ไฟฟ้า หรือ พอตไฟฟ้า กำลังเป็นที่นิยม และใช้กันอย่างกว้างขวางมากขึ้น แต่มีหลายคนที่เกิดอาการปวดหัวจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งนั่นอาจทำให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้านั้นมีข้อเสียที่ทำให้คนปวดหัวมากขึ้น ซึ่งหากสังเกตดีๆ เราจะพบว่าอาการที่ดูดพอตแล้วปวดหัวมักเกิดกับกลุ่มผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามือใหม่เป็นส่วนใหญ่ นั่นเเสดงว่ามีการใช้งานบุหรี่ไฟฟ้าได้ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดผลข้างเคียง
ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่า สาเหตุที่เเท้จริงของการดูดพอตแล้วปวดหัวเกิดจากอะไรกันแน่ เพราะเมื่อเราทราบถึงสาเหตุ ก็จะสามารถหาหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดผลข้างเคียงนี้ได้
>> เลือกซื้อสินค้า พอตบุหรี่ไฟฟ้า ได้ที่นี้ !!
>> เลือกซื้อสินค้า น้ำยาซอลนิค ได้ที่นี้ !!
>> เลือกซื้อสินค้า น้ำยาฟรีเบส ได้ที่นี้ !!
>> เลือกซื้อสินค้า คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า ได้ที่นี้ !!

ตัวการหลักที่ทำให้ปวดหัว
ถ้าพูดถึงตัวการหลักของอาการปวดหัวเเล้ว ก็คือ นิโคติน การกะปริมาณรับนิโคตินได้ไม่เหมาะสม รับสารนิโคตินมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดการเมานิโคตินที่เกินขนาด อาจส่งผลทำให้เกิดอาการปวดหัวได้
สารนิโคตินนั้นมีสรรพคุณที่ช่วยในการผ่อนคลาย และช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น โดยประโยชน์ของนิโคตินสามารถแบ่งออกมาได้ ดังนี้
- ช่วยกระตุ้นให้อารมณ์ดี
- ลดอารมณ์หงุดหงิด
- ลดอาการซึมเศร้า
- ลดความอยากอาหาร
- ช่วยให้หัวสมองปลอดโปร่ง
- ช่วยเพิ่มสมาธิ ให้สามารถจดจ่อกับการทำงานได้ดีขึ้น
1.ดูดพอตแล้วปวดหัว เกิดจากอะไร
อาการดูดพอตแล้วปวดหัว มีอยู่ด้วยกันหลายปัจจัย และพบว่าคนที่เริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าใหม่ๆมักจะมีโอกาศเกิดอาการปวดหัวมากกว่าคนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าอยู่เป็นประจำ เนื่องจากใช้น้ำยาที่มีปริมาณนิโคตินเยอะเกินไป หรือ บางครั้งใช้คอยล์ที่ไม่เหมาะสมกับน้ำยานั่นเอง
อาการดูดพอตแล้วปวดหัว มีอยู่ด้วยกันหลายปัจจัย และพบว่าคนที่เริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าใหม่ๆมักจะมีโอกาศเกิดอาการปวดหัวมากกว่าคนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าอยู่เป็นประจำ
เนื่องจากใช้น้ำยาที่มีปริมาณนิโคตินเยอะเกินไป หรือ บางครั้งใช้คอยล์ที่ไม่เหมาะสมกับน้ำยานั่นเอง
ปัญหาที่พบได้บ่อยคือใช้น้ำยาผิดประเภท หรือ ซื้อน้ำยาที่มีปริมาณนิโคตินมากเกินไป มือใหม่หลายๆคนนำน้ำยา Salt Nic ไปใช้กับเครื่องที่แรงๆหรือคอยล์ที่ใช้สำหรับน้ำยาฟรีเบส จึงทำให้ได้รับนิโคตินมากเกินไป และเกิดอาการปวดหัว
บางครั้งยังสามารถเกิดได้จากน้ำยาที่มีความเย็นมากๆ เวลาสูบไป 2-3 คำจะทำให้รู้สึกเย็นขึ้นหัว จึงทำให้ปวดหัวได้ในชั่วขณะหนึ่ง แก้ปัญหาได้โดยการเปลี่ยนน้ำยา

1.2 ใช้คอยล์ไม่เหมาะสมกับน้ำยา
บางคนใช้พอตไฟฟ้า ที่สามารถสูบกับน้ำยาซอลนิคได้ก็จริง แต่ดันใช้คอยล์ผิดเบอร์ จริงอยู่ที่พอตไฟฟ้าบางตัวเขียนไว้ว่า AIO คือใช้ได้ทั้งน้ำยาซอลนิคและน้ำยาฟรีเบส แต่ แต่ !!! เราก็ต้องใช้กับคอยล์บุหรี่ไฟฟ้าให้เหมาะสมด้วย
หลายๆคนเอาคอยล์ค่าโอห์มต่ำๆ (Sub-Ohm) ไปใส่กับน้ำยาที่มีนิโคตินปริมาณมาก ก็จะทำให้รู้สึกปวดหัว เวียนหัว จากการเมานิโคตินได้

1.3 ดูดพอตถี่จนเกินไป
บางคนได้บุหรี่ไฟฟ้ามาใหม่ก็อยากจะสูบ อันนี้เข้าใจได้ แต่บางคนดันสูบถี่เกินไป หรือ ลากยาวเกินไป ก็จะทำให้เกิดอาการเมา นิโคตินได้เหมือนกัน หรือถ้าบางคนเจอน้ำยาที่มีความเย็นมากๆ คำแรกๆ อาจจะยังไม่รู้สึกอะไรแต่พอดูดไปสัก 3-4 คำจะเริ่มรู้สึกได้ว่าความเย็นมันขึ้นหัวจี๊ด แล้วก็ปวดหัวเลย
เพราะฉะนั้นสำหรับการเริ่มต้น แนะนำให้ค่อยๆสูบ เริ่มจากครั้งละ 1-3 คำ ถือว่ากำลังดี
2.ดูดพอตแล้วปวดหัว แก้ไขอย่างไร
หากรู้สึกว่าดูดพอตแล้วปวดหัว แนะนำให้ผู้ใช้หยุดดูดพอตก่อน พร้อมกับดื่มน้ำเปล่าเยอะๆจะช่วยได้ หลังจากนั้นนั่งพักจนกว่าจะหายปวดหัว2.1 ลดปริมาณนิโคตินลง
ทีนี้ก็มาถึงวิธีแก้ปัญหาที่อุปกรณ์กันบ้าง ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่าร่างกายของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันบางคนสูบแล้วปวดหัว บางคนร่างกายแข็งแรงสามารถรับนิโคตินปริมาณมากๆได้ ก็จะไม่มีอาการอะไรเลย
เราควรเริ่มใช้น้ำยาจากนิโคตินน้อยๆ ก่อน โดยที่เราต้องสังเกตุตัวเองก่อนว่าสามารถสูบน้ำยาที่นิโคตินเท่าไหร่ได้ ยกตัวอย่างเช่น หากซื้อน้ำยา นิโคติน 35mg มาดูดพอตแล้วปวดหัว ก็ให้ลองหาซื้อน้ำยาที่มีค่านิโคติน ต่ำลงมา เช่น 30mg 25mg 20mg ลดลงมาตามลำดับ
อย่าลืมว่าเรื่องความเย็นก็มีผลเช่นกัน หากน้ำยาเย็นไปบางครั้งสูบก็เย็นขึ้นสมองเลยแหละ เพราะฉะนั้นควรศึกษาหรือถามผู้ขายให้ดีก่อนว่าน้ำยาที่จะเลือกซื้อมีความเย็นอยู่ในระดับไหน
หรือในอีกรูปแบบนึงก็คือ ลองลดปริมาณของนิโคตินดู เพราะในแต่ละคน ร่างกายไม่เหมือนกัน บางคนสามารถรับสารนิโคตินได้เยอะ บางคนก็ไม่สามารถทำได้ ซึ่งถ้าหากดูดพอตแล้วเกิดอาการปวดหัว ควรพักก่อน และลองปรับปริมาณของนิโคติน โดยเริ่มที่จากปริมาณน้อยๆก่อน และลองสังเกตอาการของตัวเองดู ยกตัวอย่างเช่น ซื้อน้ำยาที่มีระดับนิโคตินปริมาณ 35% พอสูบแล้วรู้สึกปวดหัว ก็ลองลดเปลี่ยนน้ำยาดู แล้วเลือกน้ำยาที่มีปริมาณนิโคตินน้อยลงมา จาก 30% ลงไป 25% หรือจะลงไป 20% ก็ได้ ทั้งนี้ก็แล้วแต่สุขภาพร่างกายของแต่ละบุคคลนะครับ

2.2 เปลี่ยนคอยล์ให้มีค่าโอห์มสูงขึ้น
หากไม่สามารถหาน้ำยาที่มีค่านิโคตินต่ำๆมาทดแทนได้ แนะนำให้แก้ปัญหาโดยการใช้คอยล์ที่มีค่าโอห์มสูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากใช้คอยล์เบอร์ 0.45Ω กับน้ำยานิโคติน 35mg อยู่ให้เปลี่ยนมาใช้คอยล์เบอร์ 0.6Ω หรือ 0.8Ω แล้วปรับไฟให้เหมาะสมกับคอยล์จะช่วยให้นิโคตินเบาลงได้อย่างมากเลยแหละ

2.3 ไม่ควรใช้บุหรี่ไฟฟ้าสลับกับบุหรี่จริง
อันนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้ปวดหัวจากกลิ่นบุหรี่จริงที่เราไม่ชินหรือเลิกไปแล้ว แต่ยังจะทำให้เรารู้สึกแสบคอเมื่อสูบบุหรี่ไฟฟ้าอีกด้วย

headache when vaping เช็กก่อนที่คุณดูดพอตแล้วเวียนหัว แท้จริงแล้วเกิดจากอะไรกันแน่?
- ใช้คอยล์ไม่เหมาะสมกับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า
สาเหตุที่พบได้บ่อยสุด ๆ กับอาการดูดพอตแล้วเวียนหัวคงหนีไม่พ้นกับการที่นักสูบขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องของการเลือกใช้คอยล์และน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งหากเลือกใช้คอยล์ไม่เหมาะกับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า โดยคอยล์ที่มีค่าโอห์มต่ำ ๆ จะทำให้มีปริมาณควันมาก โดยเฉพาะหากไปใช้ร่วมกับน้ำยาซอลนิคที่มีค่านิโคตินสูง ก็จะทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ง่ายมาก เมื่อดูดพอตแล้วเวียนหัว เพราะควันที่ได้จะมากจนเกินไป รวมถึงระดับนิโคตินก็จะสูงมากด้วยเช่นกัน
- ระดับความเย็นของน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า
นักสูบหลายท่านมักชื่นชอบดูดพอตคู่กับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีความเย็นจี๊ดถึงใจ เพราะอากาศประเทศไทยนั้นร้อนมาก หากสูบพวกนี้เพียงแค่ 2 ถึง 3 ครั้ง ก็จะทำให้รู้สึกสดชื่นสบายแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าสูตรเย็นมาก ๆ หากสูบมากจนเกินไปก็ทำให้เมื่อดูดพอตแล้วเวียนหัวได้เช่นกัน
- ดูดพอตถี่เกินไปโดยไม่รู้ตัว
ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่มวนหรือบุหรี่ไฟฟ้า หากสูบลากยาวนานร่วมชั่วโมงก็ทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้ไม่ต่างกัน เชื่อว่านักสูบที่มีพฤติกรรมนี้มักดูดพอตแล้วเวียนหัวบ่อย ๆ แน่นอน เพราะพอตบุหรี่ไฟฟ้าก็มีนิโคตินไม่ต่างกัน การสูบอัดถี่ ๆ ถือเป็นการอัดสารนิโคตินเข้าสู่ร่างกายมากเกินระดับ อาจทำให้เกิดอาการเมานิโคติน หรืออาการดูดพอตแล้วเวียนหัวได้นั่นเอง
headache when vaping ดูดพอตแล้วเวียนหัว สามารถแก้อย่างไรได้บ้าง?
- ลองเริ่มปรับลดระดับปริมาณนิโคติน
การลดอาการดูดพอตแล้วเวียนหัวอย่างง่ายและทำได้เลย คือแนะนำให้เริ่มจากการลดระดับปริมาณนิโคตินลง ซึ่งน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าก็มีให้เลือกมากมาย ควรเลือกที่ระดับนิโคตินน้อย ๆ สูบแต่พอดีก็พอ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเลิกบุหรี่มวน การลดระดับนิโคตินถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีประสิทธิภาพเข้ากับความต้องการของคุณ ค่อย ๆ ปรับลดนิโคตินให้ผลดีกว่าการหักดิบแน่นอน และควรงดการสูบบุหรี่ไฟฟ้าสลับกับบุหรี่มวน พฤติกรรมนี้มักทำให้เมื่อดูดพอตแล้วเวียนหัวได้ง่าย เนื่องจากเวียนหัวจากกลิ่นบุหรี่มวนปนกับบุหรี่ไฟฟ้า
- เปลี่ยนคอยล์ให้มีค่าโอห์มที่สูงขึ้น
หากไม่สามารถหาน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าต่ำ ๆ ที่ถูกใจได้ ก็ควรเปลี่ยนคอยล์ที่มีค่าโอห์มสูงขึ้น และปรับระดับไฟให้เหมาะสมกับคอยล์ก็จะช่วยลดอาการดูดพอตแล้วเวียนหัวได้เหมือนกัน โดยวิธีนี้เหมาะกับนักสูบที่ชื่นชอบน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าซอลนิคมาก ๆ เพราะน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าประเภทนี้มีปริมาณนิโคตินที่สูงกว่าแบบฟรีเบส
- หันไปสูบน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้านิค 0
หากต้องการแก้ไขปัญหาดูดพอตแล้วเวียนหัวแบบหายขาด และดีต่อสุขภาพ เราแนะนำให้คุณหันไปฝึกสูบน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้านิค 0 เปอร์เซ็นต์ เลยจะดีที่สุด เพราะการที่ไม่มีนิโคตินก็ดีกว่าการรับนิโคตินเข้าสู่ร่างกายอยู่แล้ว แถมสมัยนี้มีหลายแบรนด์หลายกลิ่นรสชาติให้เลือกไม่ต่างจากน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าทั่วไปด้วย
อ่านจบถึงตรงนี้ รับรองว่าเคลียร์ ใครที่ประสบปัญหาดูดพอตแล้วเวียนหัว ลองนำคำแนะนำวิธีแก้ไขง่าย ๆ ขอเราไปปรับใช้กันดู เราอยากให้ทุกคนสัมผัสกับประสบการณ์ผ่อนคลายจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า แถมยังดีต่อสุขภาพร่างกายของท่านด้วย เชื่อเถอะว่าอาการดูดพอตแล้วเวียนหัวจะค่อย ๆ หายไปอย่างแน่นอน และสำหรับท่านใดที่มองหาพอตบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าคุณภาพสูง การันตีมาตรฐานความปลอดภัย มีให้เลือกเยอะ ติดต่อทางร้าน Vaper168 ได้เลย

